ยางพาราธรรมชาติ ของขวัญที่มาจากธรรมชาติ

ยางพาราที่เรา ใช้เป็นยางพาราบริสุทธิ์ เป็นยางพาราที่มาจาก ต้นยางพาราซึ่งเป็น “สวรรค์เขตร้อน” ไม่มีการเติมสารคงตัวใดๆ ไม่มีการเติมสารย้อมสีใดๆ ทั้งสิ้น ยางพาราที่เราใช้ไม่มีสิ่งเจือปน ยางพาราของเรายังมี คุณสมบัติทางธรรมชาติ ที่พิเศษอีกอย่างหนึ่ง นั่นก็คือความสามารถ ในการยับยั้งการเจริญเติบโต ของเชื้อโรคและเชื้อรา ซึ่งหมายถึงสภาพ ที่ไม่เหมาะกับการอยู่อาศัย ของไรฝุ่น ขณะเดียวกัน ยางพาราชนิดนี้ ก็ยังสามารถรีไซเคิล และเป็นทรัพยากรที่สามารถทดแทน ใหม่ได้อีกด้วยโฟมยางพารา ของขวัญที่ธรรมชาติมอบให้ นี่ถือเป็นของขวัญอันล้ำค่า ที่มาจากธรรมชาติ ส่วนประกอบที่สำคัญในผลิตภัณฑ์ ยางพาราธรรมชาติบริสุทธิ์ 100% มาจากธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ สามารถมอบความรู้สึก สบายเหนือความคาดหมาย ให้แก่คุณ เป็นความรู้สึกสบาย ที่ไม่มีที่นอนใดๆ สามารถมอบให้คุณได้ จะมีก็แต่เพียงยางพารา ที่มาจากธรรมชาติของเรา: ยางพาราที่ไม่มีทั้งสิ่งเจือปน และเป็นธรรมชาติบริสุทธิ์ มอบประสบการณ์คุณภาพ การนอบหลับพักผ่อนที่สงบ เย็นและสบายให้แก่ผู้ใช้งานทุกคน ด้วยรายละเอียดการตัดเย็บ อย่างประณีตเชี่ยวชาญ จึงสร้างสรรค์ประสบการณ์ การนอนหลับอย่างสบาย และเป็นธรรมชาติ ยางพาราธรรมชาติสามารถปรับ สมดุลสรีระการนอนอย่างช้าๆ ซึ่งลักษณะพิเศษดังกล่าวนี้ จะลดแรงกดในการนอน ให้เกิดความนุ่มนวลยิ่งขึ้น ยกระดับคุณภาพการนอน เนื่องจากที่นอนยางพาราชนิดนี้ สามารถระบายอากาศได้ โครงสร้างลักษณะ ฟองอากาศจำนวนมหาศาล ในที่นอนเป็นเสมือนระบบ การถ่ายเทอากาศธรรมชาติ อีกทั้งยังสามารถระบายความร้อน และความชื้นในร่างกาย ทำให้ลูกค้า ได้รับคุณภาพการนอน ที่สมบูรณ์แบบ ผ่อนคลายอย่างเต็มที่ และเสริมพลังให้คุณสดชื่น



การรองรับอย่างยืดหยุ่น

ลดความอ่อนเพลียเมื่อยล้า ให้คุณหลับพักผ่อนอย่างสบาย

ทนทานต่อการใช้งาน ดูแลรักษาง่าย

ถูกสุขอนามัย รักษาสิ่งแวดล้อม

แนะนำสินค้า All Trip


  • มารู้จักที่นอนยางพารากัน
  •  

    ที่นอนยางพารามี 2 ประเภท ลักษณะภายนอกของที่นอนทั้งสองชนิดดังกล่าวจะมีสี และ รูปร่างเหมือนกัน แต่กลิ่นจะแตกต่างกัน  และทำสำคัญราคาก็จะต่างกัน

    ที่นอนยางพารามี 2 ประเภท

    1. ที่นอนยางพาราที่จำจากน้ำยางพาราธรรมชาติ 100% +สารเคมีที่จำเป็น  และผ่านขั้นตอนการล้างที่ถูกต้องและสะอาด ที่นอนที่ได้จะมีกลิ่นหอมคล้ายกลิ่นนม เราเรียก ที่นอนชนิดนี้ว่า “ ที่นอนจากยางพาราธรรมชาติ 100 %”(100% Natural Latex Mattress)  เป็นสินค้าที่มีคุณภาพและราคาสูง
    2. ที่นอนยางพาราที่ทำจากการผสมกันระหว่างน้ำยางธรรมชาติ+น้ำยางสังเคราะห์ และผ่านขั้นตอนการล้างทำความสะอาดแล้ว จะมีกลิ่นฉุนของกลิ่นน้ำยางสังเคราะห์  แต่โดยส่วนใหญ่ก็จะมีการใส่กลิ่นน้ำหอม  เข้าไปเพื่อกลบกลิ่นดังกล่าว คุณภาพด้อย ราคาถูกกว่า เช่น กลิ่นวนิลา


    ข้อดีของที่นอนยางพาราธรรมชาติ 100% By Wanthai Latex

    1. เป็นสินค้าที่ทำมาจากน้ำยางธรรมชาติ 100% (Eco-Product)
    2. เป็นสินค้าที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ
    3. มีคุณสมบัติที่ดีในด้านสุขอนามัย เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ เนื่องจากโฟมยางพาราไม่ทำให้เกิดฝุ่น ,ป้องกันไรฝุ่น ป้องกันเชื้อราและแบคทีเรีย
    4. มีความยืดหยุ่นที่เป็นธรรมชาติ สามารถรองรับสภาพร่างกาย และ โอบอุ้มและพยุงส่วนหลังของเราได้อย่างเหมาะสมที่สุด แม้ยามที่เรามีการเคลื่อนไหวหรือพลิกตัวขณะนอน 
    5. เนื่องจากโครงสร้างโมเลกุลยึดเหนี่ยว จะมีแรงต้านการคด หรือ สปริงธรรมชาติ ทำให้เรานอนหลับอย่างสบาย ไม่ปวดหลัง หรือ ปวดตามร่างกาย
    6. ไม่ก่อให้เกิดไฟฟ้าสถิต รบกวนขณะนอนหลับ
    7. โฟมยางพาราจะมีรูแบบรังผึ้งทั่วทั้งแผ่น จะช่วยระบายอากาศที่เกิดจากความร้อนของร่างกาย  ลดการเกิดเหงื่อ
    8. ไม่มีสปริง และไม่มีเสียงรบกวนขณะนอนหลับ


  • Read More
  • ที่นอนยางพารา...ดูอย่างไร จึงม...
  • 1. ยางพาราของแท้ต้อง หย่อน ย้วย ย้อย เมื่อจับตั้ง

    หรือยกขึ้นจะไม่สามารถวางแบบตั้งฉากกับพื้นได้สามารถพับได้ ม้วนได้ ในการขนส่งสามารถใช้เชือกมัดและยกขึ้นข้างบนได้ เมื่อแกะเชือกออกที่นอนจะดีดตัวกลับค่ะ หากมีการยัดไส้ด้วยวัสดุอื่น จะไม่สามารถพับหรือม้วนที่นอนได้ ทำได้อย่างมากก็แค่งอได้เล็กน้อย
    2. ที่นอนโฟมยางพาราแท้ อาจจะมีรูหรือไม่มีรูก็ได้ แต่ผิวสัมผัสจะมีความนุ่มนวลไม่กระด้างเหมือนยางอัด
    3. มีกลิ่นเหม็นของยางบ้างเล็กน้อย เนื่องจากผลิตจากน้ำยางข้นแท้ๆ ดังนั้นถึงกระบวนการผลิตจะผ่านการขจัดกลิ่นออกแล้ว แต่ก็ยังมีกลิ่นอ่อนๆของยางอยู่บ้าง แต่หากไม่มีกลิ่นเลย แสดงว่ามีส่วนผสมของสารสังเคราะห์มากกว่าน้ำยางข้นค่ะ
    4. สีของยางควรเป็นสีขาวไข่ไก่หรือเหลืองอ่อนๆ หากเป็นสีขาวเลยนี่ จะเป็นยางสังเคราะห์มากกว่าค่ะ
    5. ยางพาราแท้จะมีน้ำหนักมาก แต่สามารถเปลี่ยนผ้าปูที่นอนคนเดียวได้โดยการยกมุมแต่ละมุมขึ้นได้โดยง่าย
    6.ปลอกที่นอนควรติดซิปเพื่อสามารถเช็คได้ว่าเป็นยางพาราแท้หรือไม่ หากเป็นปลอกเย็บตาย จะรู้ได้อย่างไรว่าปลอม
    7. ผ้าหุ้มที่นอนไม่ควรจะหนาจนเกินไป เพราะจะทำให้ร่างกายสัมผัสถึงผิวยางพาราลดลง และคุณอาจต้องจ่ายเงินเพิ่มโดยใช่เหตุเพื่อผ้าหนาๆสวยๆ ทั้งๆที่ยังไงคุณก็ต้องปูผ้าปูที่นอนทับอยู่แล้ว
    8. ที่นอนยางพารามีหลายระดับความหนาแน่น ซึ่งขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล เพราะสำหรับยางพารา ต่อให้นิ่มอย่างไร ก็ไม่ได้ทำให้ปวดหลัง แต่หากคุณเป็นคนที่ปวดหลังมาจากสาเหตุอื่น ยางพาราไม่ได้ช่วยรักษาอาการนะคะ ทำได้แค่บรรเทาไม่ให้ขณะที่คุณนอนปวดยิ่งขึ้น แต่ถ้าคุณอยากหาย คุณต้องพบแพทย์ค่ะ


  • Read More
  • ที่นอนยางพารา ใช้อย่างไรได้ประ...
  •  

    ที่นอนยางพารา ใช้อย่างไรได้ประโยชน์สูงสุด

     ที่นอนยางพาราก็มีวิธีใช้ ให้ได้ประสิทธิภาพ

    1. ที่นอนยางพาราควรวางบนพื้นเตียงแข็งเรียบ จริง ๆ แล้ววางบนพื้นเลยจะดีมาก 
    2 . ความหนาของที่นอน ถ้าคุณมีน้ำหนักตัว ไม่เกิน 70 กิโลกรัม  นอนที่ความหนา 4 นิ้วก็พอแล้วค่ะ ยกง่ายกว่าไม่หนักมาก
    3 แต่ถ้าคุณมีน้ำหนักตัว เลย 70 กิโลกรัมขึ้นไป ก็ซักประมาณ 6 นิ้วก็พอเช่นกัน แต่เลือกที่มี ความหนาแน่นสูง ๆ ( Density ) นอนแล้วจะได้ไม่รู้สึกว่า โฮ้ .....หลังติดพื้นเลยวุ้ย ( ทั้งนี้ความหนาของที่นอนขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัว ของผู้ใช้เป็นหลัก)
    4. ยางเป็นรู ( nature foam latex)คือช่วยในเรื่องรองรับสรีระแต่ละส่วนถูกวิจัยมากระจายรับน้ำหนักในแต่ส่วนของร่างกายคนเรา จะมีความนุ่มและแข็งหลายระดับ ในยางชิ้นเดียว ถ้าชอบแบบนุ่ม แนะนำให้เลือกแบบนี้
    5. ยางพาราอัดแน่น ความหนาแน่นจะมากกว่า ราคาถูกกว่าด้วย เหมาะกับผู้ที่ชอบที่นอนแข็ง ซึ่งทำมาจากเศษยางอัดแน่นราคาจะถูกกว่า
    6 .ไม่ควรถูกความร้อนนานๆ หรือบ่อยๆ เช่นห้องที่ตากแดดนานๆ เพราะความร้อนจะทำให้ยางเสื่อมคุณภาพเร็วกว่าที่ควร
    7 . เรื่องฝุ่น ที่นอนยางพาราไม่มีฝุ่นที่เกิดจากการหักเหมือน พวกเส้นใยที่ได้กล่าวมาแล้ว เพราะโมเลกุลของยางไม่หักยุบ
    8. ไร อยู่บนที่นอนทุกประเภท เพราะไรกินผิวหนังกำพร้า ที่หลุดลอกจากตัวและหนังศีรษะเรา หรือรังแคนั่นเอง ดังนั้น ที่นอนจึงเป็นแค่ที่อยู่อาศัยของไร แต่ทีนอนยางพาราได้รับการวิจัยแล้วว่า ปลอดจากเชื้อราแบคที่เรียและไรฝุ่น แต่นั่นแหละ มันเฉพาะในตัวยางเท่านั้น ดังนั้นแค่หมั่นทำความสะอาด ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน คุณก็มั่นใจได้ในระดับนึงแล้ว
    9. ต้องลองค่ะ ลองนอนดู นอนนาน ๆ ว่าชอบมั๊ย สบายมั๊ย อย่าใช้มือกดลงไปเพื่อทดสอบ เพราะเวลาคุณกด 
    คุณจะทิ้งน้ำหนักตัวลงไปที่จุด ๆ เดียว คุณจะไม่ได้ความถูกต้อง ถูกใจ เหมือนได้ลองนอนจริงหรอก


  • Read More
  • ทริกการเลือกที่นอนให้สุขภาพดี
  • ที่นอน มีผลอย่างมากต่อสุขภาพของผู้นอน ทั้งเรื่องสรีระและเรื่องโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ ดังนั้น จึงควรรู้วิธีการเลือกลักษณะที่นอนอนตัดสินใจซื้อ

        \"Untitled-1\" ที่นอนที่ดีนั้นไม่ควรนิ่มหรือแข็งเกินไป ซึ่งในความเป็นจริงที่นอนแบบนิ่มมีโอกาสที่จะทำให้ปวดหลังได้มากกว่าแบบแข็ง ความแน่นของที่นอน (Firmness) ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน เช่น คนที่รูปร่างใหญ่ จะเหมาะกับที่นอนแน่นเป็นพิเศษ ที่นอนควรรองรับกับสภาพร่างกายได้ ชั้นโอบรับของที่นอน (Conformity) ต้องเข้ากับส่วนโค้งเว้าของร่างกายได้อย่างเหมาะสม ช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายและนอนหลับสบายขึ้น นอกจากนั้นที่นอนควรรับน้ำหนักได้ดี ป้องกันการยุบตัว และไม่เกิดการลื่นไหลเวลานั่งขณะขึ้นหรือลงจากที่นอน

        \"Untitled-1\" ชนิดของที่นอนมีหลายชนิด ทั้งที่ทำจากวัสดุสังเคราะห์และวัสดุธรรมชาติ ควรเลือกชนิดที่มีความนุ่มพอเหมาะและมีสปริงโอบรับน้ำหนักร่างกาย ไม่มีแรงกดทับ วัสดุที่ใช้ไม่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ ไม่มีไรฝุ่น เมื่อใช้งานนานๆ แล้วไม่ยุบตัว สามารถระบายอากาศได้ดี ไม่สะสมความชื้นและเชื้อแบคทีเรีย ปลอกที่นอนสามารถถอดทำความสะอาดได้ง่าย ในปัจจุบันนิยมใช้ที่นอนที่ผลิตจากยางพาราธรรมชาติ ซึ่งมีคุณภาพสูง แต่ราคาแพง

       \"Untitled-1\"  เมื่อใช้ที่นอนนานเกิน 6 เดือน ควรกลับที่นอนอีกด้านหนึ่งขึ้นมาใช้ เพื่อไม่ให้ที่นอนถูกใช้งานเพียงด้านเดียว จะทำให้ที่นอนเสื่อมสภาพเร็ว และควรกลับด้านหัวนอนและปลายเท้าสลับกันด้วย เพื่อใช้งานอย่างทั่วถึงทั้งสี่ด้าน

        \"Untitled-1\" ไรฝุ่นเป็นสัตว์ที่กินเศษผิวหนังและรังแคเป็นอาหาร จึงพบมากในห้องห้องนอนและเครื่องนอนต่างๆ ที่ใช้งานมานาน ทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ได้ การเลือกที่นอน รวมทั้งผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ที่เคลือบสารป้องกันไรฝุ่นจึงเป็นทางเลือกที่ช่วยให้ปลอดภัยได้มากขึ้น สามารถสอบถามจากผู้ขายหรือสังเกตคำว่า Microban Allergy Control  สำหรับเป็นผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้จากไรฝุ่น ถ้าไม่ได้ใช้ผ้าปูที่นอน หรือปลอกหมอนกันไรฝุ่น ควรซักผ้าด้วยน้ำร้อน 60 องศาเซลเซียส ทุก 1-2 สัปดาห์ เพื่อฆ่าไรฝุ่น และทำความสะอาดที่นอนเป็นประจำทุกเดือน


  • Read More
  • นอนกรนรักษาได้อย่างไร?
  •  เพศชาย ประมาณร้อยละ 85 ของผู้ป่วยเป็นเพศชาย

    ทั้งจากการศึกษาทางระบาดวิทยาและการศึกษาผู้ป่วยเฉพาะกลุ่มพบว่าเพศชายมีโอกาสเป็นมากกว่าเพศหญิง ด้วยอัตราส่วน 7:1 แต่เมื่อถึงวัยหมดประจำเดือนพบว่าเพศหญิงมีโอกาสเป็นมากขึ้น อาจเป็นไปได้ว่าฮอร์โมนเพศจะมีผลต่อโรคนี้ได้ เชื่อว่า อิทธิพลของฮอร์โมนส่งผลที่โครงสร้างบริเวณศีรษะและลำคอของเพศชาย เนื้อเยื่อ บริเวณคอหนาขึ้นทำให้มีช่องคอแคบกว่าผู้หญิง ฮอร์โมนของเพศหญิงมีส่วนทำให้กล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ขยายช่องทางเดินหายใจ มีความตึงตัวที่ดี

    • อายุมากขึ้น เนื้อเยื่อต่างๆ จะขาดความตึงตัว ลิ้นไก่ยาวและเพดานอ่อนห้อยต่ำลง กล้ามเนื้อต่างๆ หย่อนยาน รวมทั้งกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ขยายช่องทางเดินหายใจบริเวณลำคอ ทำให้ลิ้นไก่และลิ้นตกไปบังทางเดินหายใจได้ง่าย

    • ลักษณะโครงสร้างของกะโหลกศีรษะและกระดูกใบหน้าผิดปกติ เช่น คางเล็ก คางเลื่อนไปด้านหลัง ลักษณะคอยาว หน้าแบน ล้วนทำให้ทางเดินหายใจช่วงบนแคบลงเกิดการอุดตัน และทำให้เกิดการหยุดหายใจได้ โรคที่มีความผิดปกติบริเวณนี้ได้แก่ Down's syndrome, Prader Willi 
syndrome, Crouzon's syndrome เป็นต้น

    • กรรมพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายที่ไม่อ้วน แต่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ปัจจัยทางพันธุกรรมน่าจะเป็นสาเหตุหลักของผู้ป่วยกลุ่มนี้ ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคนี้จะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคมากกว่าคนปกติ 1.5 เท่า

     อ้วน พบว่าประมาณ 2 ใน 3 ของผู้ป่วย OSA มี Body Mass Index (BMI) > 28 กิโลกรัมต่อตารางเมตร หรือมีน้ำหนักมากกว่าร้อยละ 20 ของน้ำหนักมาตรฐาน เมื่อลดน้ำหนักได้ 5-10 กิโลกรัมจะทำให้ผู้ป่วยอาการดีขึ้นได้ ผู้ป่วยที่อ้วนมีโอกาสเกิดการหยุดหายใจขณะหลับมากกว่าคนทั่วไป เนื่องจากไขมันนอกจากจะกระจาย อยู่ตามเนื้อเยื่อต่างๆทั่วร่างกาย เช่น ที่สะโพก หน้าท้อง น่อง ต้นขา ยังพบว่ามีเนื้อเยื่อไขมันกระจายอยู่รอบๆทางเดินหายใจช่วงบนมากขึ้น ไขมันที่พอกบริเวณคอจะทำให้เวลาที่ผู้ป่วยนอนลง เกิดน้ำหนักกดทับ ทำให้ช่องคอแคบลงได้ หน้าท้องที่มีไขมันเกาะอยู่มากทำให้กระบังลมทำงานได้ไม่เต็มที่ ความจุของปอดลดลง ล้วนเป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้เกิดการหยุดหายใจได้โดยง่ายขึ้น

    • แน่นจมูก จมูกเป็นต้นทางของทางเดินหายใจ ถ้ามีภาวะใดก็ตามที่ทำให้แน่นจมูก เช่น มีผนังกั้นจมูกคด เยื่อบุจมูกอักเสบ ไซนัสอักเสบ หรือเนื้องอกในจมูก ย่อมจะทำให้กรนลำบากขึ้น

     ดื่มสุรา หรือการใช้ยาบางชนิด จะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง รวมทั้งกล้ามเนื้อที่คอยพยุงช่องทาง เดินหายใจให้เปิด หมดแรงไป เกิดภาวะทางเดินหายใจอุดตันได้ง่ายขึ้น นอนจากนี้จะกดการทำงานของสมอง ทำให้สมองตื่นขึ้นมาเมื่อมีภาวะการขาดออกซิเจนได้ช้า ซึ่งอาจส่งผลเสียอย่างร้ายแรงต่อหัวใจและสมองได้

    • การสูบบุหรี่ ทำให้ประสิทธิภาพของระบบทางเดินหายใจแย่ลง ทำให้คอหอยอักเสบจากการระคายเคือง มีการหนาบวมของเนื้อเยื่อ ทำให้ทางเดินหายใจแคบลง เกิดการอุดตันได้ง่าย และยังส่งผลเสียต่อหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ

    • โรคต่อมไร้ท่อต่างๆ ได้แก่ Hypothyroidism, Acromegaly พบว่าทำให้เกิดทางเดินหายใจอุดตันได้มากกว่าคนทั่วไป

     


     

    การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

    ลดปัจจัยเสี่ยงโดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม (Behavioral change) ซึ่งเป็นโปรแกรมที่สำคัญมากใน การรักษา โดยเฉพาะในรายที่เป็นยังไม่มากนัก ซึ่งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมประกอบด้วย

    1. ลดความอ้วน

              - เมื่อน้ำหนักลดลง 10%มีหลักฐานยืนยันว่า อัตราการหยุดหายใจลดลง อาการง่วงนอนมากผิดปกติ ในเวลากลางวันลดลงอย่างชัดเจน เหตุผลที่เมื่อลดน้ำหนักแล้วทำให้อาการดีขึ้นนั้น เกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ความจุของปอดเพิ่มขึ้น ทำให้ช่วยเพิ่มการแลกเปลี่ยนกาซ นอกจากนั้นเมื่อน้ำหนักลดลง จะทำให้ ขนาดของช่องคอเพิ่มขึ้น อากาศไหลผ่านลงสู่ปอดได้สะดวกขึ้น ส่งผลให้ความดันในช่องคอเป็นลบลดลง เกิดการยุบตัวลดลง การแลกเปลี่ยนออกซิเจนมีมากขึ้น

              - ผู้ป่วยที่อ้วนจะมีความต้องการที่จะลดน้ำหนัก ซึ่งหลายคนใช้วิธีการรับประทานยาลดความอ้วน แต่ ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการใช้ยาเหล่านั้นก็มาก มาย เช่น ทำให้เกิดอาการใจสั่น และเมื่อพอหยุดยา 
    มักจะกลับมาอ้วนใหม่ การควบคุมอาหารและการ ออกกำลังกายจึงน่าจะเป็นวิธีที่ดีในการลดความอ้วน

              - โดยทั่วไปผู้ป่วยส่วนใหญ่จะลดน้ำหนักได้ ยาก เมื่อลดน้ำหนักได้สักระยะหนึ่งน้ำหนักจะกลับ เพิ่มขึ้นมาอีก ดังนั้นการอาศัยความร่วมมือจากผู้ป่วย และบุคลากรในทีมสุขภาพ ในการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมของผู้ป่วย การสนับสนุนให้กำลังใจแก่ผู้ ป่วย อธิบายถึงประโยชน์ของการลดน้ำหนักจะทำให้ การลดน้ำหนักได้ผล และควบคุมไม่ให้น้ำหนักกลับ เพิ่มขึ้นมาอีกครั้ง

     

    2. หลีกเลี่ยงการนอนหงาย 
              
              - ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยจะสังเกตได้เสมอว่า ในท่านอนตะแคง ผู้ป่วยที่มีอาการหยุดหายใจขณะหลับมี อาการลดลง เพราะว่าท่านอนหงายจะทำให้ลิ้นตกไปด้านหลังชิดกับผนังช่องคอด้านหลังทำให้เกิดการอุด ตันได้มาก แต่ถ้าผู้ป่วยอ้วนมากๆ แล้ว ไม่ว่าท่านอนใดก็ไม่มีความแตกต่างกันมากนัก วิธีการหนึ่งในการทำ ให้ผู้ป่วยนอนตะแคงคือ การเย็บลูกบอลหรือลูกเทนนิสใส่ไว้บริเวณกระเป๋าที่เย็บกับเสื้อนอนไว้กลางหลัง เรียกว่า sleep ball หรือ sleep sock เมื่อผู้ป่วยนอนหงายจะรู้สึกไม่สบายหรือปวดหลังจากการนอนหงาย ทับลูกบอล ก็จะพลิกตัวกลับมานอนตะแคง แต่วิธีนี้จะใช้ได้ผลดีในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการนอนกรนในระดับ น้อย คือมีการกรนมากในท่านอนหงาย เวลานอนตะแคงอาการดีขึ้น เนื่องจากลิ้นไม่ตกไปที่คอด้านหลัง มากเกินไป การใช้หมอนหนุนใต้คอเพื่อบังคับไม่ให้ศีรษะเงยมากเกินไป ป้องกันไม่ให้ลิ้นตกไปด้านหลัง จะสามารถช่วยลดอาการกรนได้บ้าง

     

    3. งดการดื่มสุรา

              - ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยจะสังเกตว่า ถ้าผู้ป่วยดื่มสุราก่อนเข้านอน จะมีอาการนอนกรนและการหยุด หายใจมากขึ้นกว่าเดิมเนื่องจากแอลกอฮอล์ทำให้เกิดการยุบตัวของทางเดินหายใจได้ง่ายขึ้น และกด 
    สมองทำให้การตื่น (arousal) ซึ่งร่างกายเคยใช้ตอบสนองต่อการขาดออกซิเจนในเลือดช้ากว่าเดิม เมื่อ หลีกเลี่ยงการดื่มสุราจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น ทางเดินหายใจยุบตัวได้ยาก การหยุดหายใจจากการอุด ตันลดลง ผู้ป่วยนอนกรนลดลง

     

    4. งดยา

              - ยาบางชนิดทำให้ผู้ป่วยที่มีอาการหยุดหายใจในขณะหลับมีอาการมากขึ้น หรือในบางคนที่ไม่มี อาการหยุดหายใจขณะหลับมีอาการขึ้นมาได้ ได้แก่ยากล่อมประสาท ยานอนหลับ มีรายงานว่า ยากลุ่มนี้ เกือบทุกชนิด มีผลต่อการหายใจขณะหลับ โดยมีการกดการตื่นของสมอง (arousal) ได้ ซึ่งทำให้ผู้ป่วย หยุดหายใจขณะหลับนานขึ้นกว่าเดิม

              - นอกจากนี้ ยาแก้แพ้ในกลุ่มแอนตี้ฮีสตามีนที่ทำให้ผู้ป่วยง่วงนอนและหลับลึกเป็นยาอีกกลุ่มหนึ่งที่ ทำให้อาการมากขึ้นได้ จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาในกลุ่มที่มีผลข้างเคียงดังกล่าวไปใช้กลุ่มที่มีฤทธิ์ข้าง เคียงน้อย

     

    5. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านอื่นๆ

              - การสูบบุหรี่ทำให้ผนังคออักเสบหนาและมีเสมหะมาก ทำให้ทางเดินหายใจแคบลง จึงควรหลีกเลี่ยง หรือเลิกสูบบุหรี่

              - ในผู้ป่วยที่ออกกำลังหรือทำงานหนักจนร่างกายอ่อนเพลียมาก เวลาหลับกล้ามเนื้อของทางเดิน หายใจจะมีความตึงตัวน้อย เกิดการยุบตัวได้ง่าย ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้ร่างกายอ่อนเพลียมากเกินไป


  • Read More
  • ประโยชน์ที่ได้จากหมอนยางพารา
  • ประโยชน์ที่ได้จากหมอนยางพาราเราสามารถใช้ประโยชน์ได้จากยางพาราได้หลายส่วนมาก

    อีกทั้งยางของมันก็ยังนำมาผลิตสิ่งของได้ปลายอย่างที่มีประโยชน์ต่อคนเราด้วยเช่นกันและอีกอย่างที่ยางพาราสามารถนำมาทำสิ่งนั้นได้ก็คือการทำหมอนจาก ซึ่งเราจะได้ประโยชน์จากการใช้หมอนนี้ได้ดีด้วย อีกทั้งยังช่วยให้การยอนของคุณนั้นเป็นการนอนที่มีประสิทธิภาพ หลับได้สบายด้วยเช่นกัน สิ่งที่เราจะได้รับจากหมอนยางพารานั้นก็คือ

    1.ไม่มีอันตรายจากสารเคมีตกค้างต่างๆเนื่องจากว่าหมอนยางพาราได้ทำมาจากยางพาราแท้ๆโดยที่ไม่มี สิ่งอื่นมาปน
    2. ไม่เป็นที่เกาะได้ง่ายของไรฝุ่นต่างๆ และก็ไม่เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคที่มาจากฝุ่นเหล่านั้นด้วย
    3. หมอนไม่แข็งตัวเพราะว่ามีความยืดหยุ่นและก็มีความหนาแน่นสูงกว่าหมอนทั่วไป สามารถรองรับน้ำหนักและคืนสภาพได้โดยเร็ว
    4. สามารถช่วยในการระบายอากาศได้เป็นอย่างดีไม่เกิดกลิ่นเหม็นอับ
    5. การใช้งานนั้นถ้าหากคุณต้องการหมอนที่มีความทนทาน หมอนยางพารานี่แหละค่ะที่เหมาะที่สุด เพราะว่าสามารถใช้ได้นานถึงมากกว่า 10 ปีเลยทีเดียวค่ะ
    6.การทำลายก็สามารถทำลายได้ด้วยการย่อยสลายตามขบวนการทางธรรมชาติได้ง่ายกว่าประเภทอื่น
    7. คุณสามารถเลือกซื้อได้ตามการออกแบบที่หลากหลาย อีกทั้งยังซื้อได้ตามความต้องการด้วยและยิ่งรุ่นที่มีการออกแบบมาโดยให้คล้ายกับรังไข่  ( S – Curve )นั้น จะสามารถช่วยให้คุณได้ผ่อนคลายไปกับการพักผ่อนได้ดีด้วย

          ยางพาราเรียกได้ว่าเป็นไม้ที่มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีเกษตรกรที่หันมาทำอาชีพสวนยางพารามากขึ้นด้วยเช่นกัน ดังนั้นหน่วยงานต่างๆควรจะให้การสนับสนุนชาวเกษตรกรสวนยางเพื่อให้สามารถผลิตยางพาราออกมาได้ในปริมาณที่มากพอตามความต้องการด้วย


  • Read More

หมอน All Product


  • WT001 เหมาะสำหรับความดันโล...
  • 0.00 ฿
  • WT002 ช่วยปรับปรุงกระดูกต้...
  • 0.00 ฿
  • WT003 ช่วยบรรเทาอาการปวดไห...
  • 0.00 ฿
  • WT004 ช่วยบรรเทาอาการปวดไห...
  • 0.00 ฿
  • WT005 เด็กๆจะนอนแบบไม่สูงม...
  • 0.00 ฿
  • WT006 ช่วยปรับปรุงกระดูกต้...
  • 0.00 ฿

ที่นอน All Product